ฝ่ายนิติการ มหาวิทยาลัยทักษิณ
 
จดหมายข่าวน่ารู้
เริ่มแสดง :: 24 ต.ค.61 ถึงวันที่ 9 ม.ค.64
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หัวข้อข่าว : ฉบับที่ 3 ประจำเดือน กันยายน 2561
 
     

จดหมายข่าวน่ารู้กับฝ่ายนิติการ

ฉบับที่ 3 ประจำเดือน ตุลาคม 2561

กฎหมายน่ารู้ : แนวทางการอุทธรณ์และร้องทุกข์ สำหรับผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยทักษิณ

การอุทธรณ์และร้องทุกข์สำหรับผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้แก่ข้าราชการ หรือพนักงานมหาวิทยาลัย หรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยทักษิณนั้นมีลักษณะทำนองเดียวกับข้าราชการพลเรือนดังนี้

 ๑.การอุทธรณ์

๑.๑ ความหมาย

การอุทธรณ์ หมายถึง การที่ข้าราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างมหาวิทยาลัย ผู้ถูกสั่งลงโทษทางวินัยหรือถูกสั่งให้ออกจากงานตามที่กฎหมายกำหนด ได้ร้องขอรับความเป็นธรรมจากองค์กรผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาวินิจฉัย (คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย) โดยขอให้ยกเรื่องของตนขึ้นพิจารณาใหม่เพื่อให้เป็นไปในทางที่เป็นคุณแก่ตน

 

๑.๒ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์

๑.๒.๑ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

“มาตรา ๖๒  ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการหรือถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.อ.ร. ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ.ร. กำหนด

ให้ ก.อ.ร. พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของ ก.อ.ร. ซึ่งต้อง  ไม่เกินเก้าสิบวัน

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่พอใจในคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือในกรณีที่ ก.อ.ร. มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

ทั้งนี้ ข้อ ๔๙ วรรคสอง แห่งข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. ๒๕๕๗ กำหนดให้คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยในการพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ กรณีที่ข้าราชการถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือ ลดขั้นเงินเดือน

 ดังนั้น ข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยทักษิณถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือ ลดขั้นเงินเดือน ก็สามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยตามหลักเกณฑ์ที่ข้อบังคับข้างต้นกำหนด เช่นเดียวกับพนักงานมหาวิทยาลัยและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ส่วนกรณีข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยทักษิณ ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการหรือถูกสั่งลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง(ปลดออกหรือไล่ออก) ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ (ก.อ.ร.) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อบังคับซึ่งออกโดยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชพลเรือนในสถาบันอุ 

๑.๒.๒ พนักงานมหาวิทยาลัยและลูกจ้างมหาวิทยาลัย

ข้อ ๔๕ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยทักษิณ ว่าด้วย การบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยพ.ศ. ๒๕๔๗ กำหนดให้พนักงานมหาวิทยาลัย หรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยผู้ใดถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกสั่งให้ออกจากงานมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยได้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง หากผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย  ผู้อุทธรณ์สามารถฟ้องคดีต่อศาลปกครองสงขลาหรือศาลปกครองที่มีเขตอำนาจ(เช่นศาลปกครองที่ผู้ฟ้องคดีมีภูมิลำเนา เช่นนาย ก พนักงานมหาวิทยาลัยทักษิณถูกลงโทษปลดออกมีภูมิลำเนาที่จังหวัดเชียง อาจฟ้องคดีปกครองต่อศาลปกครองเชียงใหม่ซึ่งเป็นท้องที่ที่อยู่ในเขตอาจของศาลปกครองเชียงใหม่ก็ได้) ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย

ซึ่งโทษทางวินัยถูกกำหนดไว้ในข้อ ๔๗ แห่งข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ.๒๕๕๗ ว่าโทษทางวินัยสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยหรือลูกจ้างมหาวิทยาลัย มี ๔ สถานคือ   (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ตัดเงินเดือน (๓) ลดเงินเดือน (๔) ปลดออก หรือพนักงานมหาวิทยาลัย หรือลูกจ้างมหาวิทยาลัยที่ถูกคำสั่งให้ออกจากงาน

 

๑.๓ การอุทธรณ์แทนและการดำเนินกระบวนการแทน

๑.๓.๑ การอุทธรณ์แทน

บุคคลต่อไปนี้อุทธรณ์แทนผู้มีสิทธิอุทธรณ์ได้

(๑)  ทายาท  ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ถึงแก่ความตายก่อนที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์  ทายาทผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดของผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์แทนได้

ในกรณีที่มีทายาทหลายคน  หรือทายาทเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ  หากทายาทเหล่านั้นประสงค์จะอุทธรณ์แทน ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙   และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยความสามารถ มาเทียบเพื่อการใช้บังคับแล้วแต่กรณี                   โดยอนุโลม

                   (๒) ทนายความ หรือบุคคลอื่นซึ่งบรรลุนิติภาวะ  ผู้มีสิทธิอุทธรณ์จะมอบหมายให้ทนายความหรือบุคคลอื่นซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ทำการอุทธรณ์แทนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๒๔                      แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

๑.๓.๒ การดำเนินกระบวนการแทน

ผู้อุทธรณ์อาจมอบหมายให้ทนายความ หรือบุคคลอื่นซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นผู้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในกระบวนการอุทธรณ์แทนผู้มีสิทธิอุทธรณ์ก็ได้  แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อน  และในการชี้แจงหรือให้ถ้อยคำต่อองค์คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย  คู่กรณีมีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาฟังการพิจารณาได้

อนึ่ง การมอบหมายให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้มอบ และผู้รับมอบ ถ้าผู้มอบไม่สามารถลงลายมือชื่อได้  ให้พิมพ์ลายนิ้วมือหรือแกงไดโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองอย่างน้อยสองคน  และให้มีหลักฐานแสดงตัวผู้ได้รับมอบหมายด้วยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๒๓ และ ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

๑.๓.๓ คำอุทธรณ์

๑.๓.๓.๑ คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือถึงประธานกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ประจำมหาวิทยาลัย โดยใช้คำสุภาพและมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑)  ระบุชื่อ ตำแหน่ง สังกัดและที่อยู่สำหรับการติดต่อเกี่ยวกับการอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์

(๒)  คำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์ และวันที่รับทราบคำสั่ง

(๓)  ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ผู้อุทธรณ์ยกขึ้นเป็นข้อคัดค้านคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์

(๔)  คำขอของผู้อุทธรณ์

(๕)  ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์

อนึ่ง ถ้าเป็นการอุทธรณ์โดยทายาท หรือผู้ได้รับมอบหมายให้อุทธรณ์แทน ให้ปรับสาระสำคัญได้ตามความเหมาะสม  แต่อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญให้สามารถเข้าใจได้ตาม (๑) – (๕) ที่กล่าวข้างต้น

๑.๓.๓.๒  ให้ผู้อุทธรณ์จัดทำสำเนาหนังสืออุทธรณ์และสำเนาพยานหลักฐานโดยรับรองสำเนาถูกต้องยื่นพร้อมกับหนังสืออุทธรณ์ด้วย  กรณีที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ เพราะพยานหลักฐานอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น                     หรือเพราะเหตุอื่นใด  ให้ระบุเหตุที่ไม่อาจแนบพยานหลักฐานไว้ด้วย

 

                 ๑.๓.๓.๓ ถ้ามีการมอบหมายให้ดำเนินการแทน  ให้แนบหนังสือมอบหมายพร้อมหนังสืออุทธรณ์ด้วย

        ๑.๓.๔ การยื่นหนังสืออุทธรณ์

           การให้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายื่นต่อเลขานุการคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยที่สำนักงานฝ่ายนิติการ อาคาร ๗ ชั้น ๑ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา

๑.๔ ระยะเวลาอุทธรณ์

          ระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์มี ๒ กรณี ดังนี้

          (๑)  ผู้มีสิทธิอุทธรณ์  ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในสามสิบวัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์

          (๒)  ทายาทของผู้มีสิทธิอุทธรณ์  ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ถึงแก่ความตาย

๑.๔.๑  การนับระยะเวลาอุทธรณ์

                   การนับระยะเวลาอุทธรณ์ต้องถือตามกรณีดังต่อไปนี้

                   (๑)  ให้ถือวันที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการอุทธรณ์เป็นวันรับทราบคำสั่ง

                  (๒)  ในกรณีผู้มีสิทธิอุทธรณ์ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่ง และมีการแจ้งคำสั่งให้ทราบกับมอบสำเนาคำสั่งให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์แล้ว และทำบันทึกลงวันเดือนปีเวลาและสถานที่ที่แจ้ง และลงลายมือชื่อผู้แจ้งพร้อมทั้งพยานรู้เห็นไว้เป็นหลักฐานแล้ว  ให้ถือวันที่แจ้งนั้นเป็นวันรับทราบคำสั่ง

                   (๓)  ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ลงลายมือชื่อรับทราบในคำสั่งได้โดยตรง และได้แจ้งเป็นหนังสือส่งสำเนาคำสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ ณ ที่อยู่ของผู้นั้น ซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ โดยส่งสำเนาคำสั่งไปให้สองฉบับเพื่อให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์เก็บไว้หนึ่งฉบับ ส่วนอีกฉบับหนึ่งให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ลงลายมือชื่อและวันเดือนปีที่รับทราบคำสั่งแล้วส่งกลับคืนมาเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน  ในกรณีเช่นนี้เมื่อล่วงพ้น ๓๐ วันนับแต่วันที่ปรากฏในใบตอบรับทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ว่าผู้มีสิทธิอุทธรณ์ได้รับเอกสารดังกล่าวหรือมีผู้รับแทนแล้ว  แม้ยังไม่ได้รับสำเนาคำสั่งฉบับที่ให้ลงลายมือชื่อและวันเดือนปีที่รับทราบคำสั่งกลับคืนมา  ก็ให้ถือว่าผู้มีสิทธิอุทธรณ์ได้รับทราบคำสั่งแล้ว

          อุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้แล้ว  ผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์ในเวลาใด ๆ ก่อนที่คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น ก็ได้ และเมื่อมีการถอนอุทธรณ์แล้วให้คณะคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย วินิจฉัยอนุญาตและสั่งจำหน่ายอุทธรณ์ออกจากสารบบความ

 

๑.๕ การถอนอุทธรณ์

          การถอนอุทธรณ์มี ๒ วิธี คือ

                (๑)  ขอถอนอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์

              (๒)  ขอถอนอุทธรณ์ด้วยวาจาต่อหน้าองค์คณะวินิจฉัย  โดยให้องค์คณะวินิจฉัยบันทึกไว้  และให้ผู้อุทธรณ์ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

 
       ๑.๖ ตัวอย่างแบบฟอร์มการอุทธรณ์
ตัวอย่าง
 คำอุทธรณ์
ที่อยู่ ......................................................................................................
โทรศัพท์ ................................................................................................
วัน .............  เดือน ...........................ปี ...................................................
เรื่อง ......................................................................................................
เรียน ประธานคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย
     ข้าพเจ้า (นาย/นาง/นางสาว)................................................................
ตำแหน่ง........................ สังกัด .................................................................
มีความประสงค์ขออุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ........................................................
ฐาน................................. ตามข้อบังคับ.....................................................
กรณี...................................ตามคำสั่ง.......................................................
มีรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้ออุทธรณ์ดังนี้
................................................................................................................
................................................................................................................
ผู้อุทธรณ์ (ระบุชื่อผู้ร้องทุกข์) มีคำขอดังนี้ (ระบุวัตถุประสงค์หรือความต้องการของผู้อุทธรณ์
๑. ............................................................................................................
๒. ............................................................................................................
๓. ............................................................................................................
      ทั้งนี้ได้ส่งคำอุทธรณ์ และพยานพร้อมทั้งสำเนา รวม ๒ ชุด ดังนี้
      - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
      - สำเนาคำสั่งลงโทษ
      - หลักฐานการรับทรายคำสั่ง (ถ้ามี)
      - หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
      - พยานหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ...........................................................
                                                                               (ลายมือชื่อ).....................
                                                                                               (......................)