ฝ่ายนิติการ มหาวิทยาลัยทักษิณ
 
จดหมายข่าวน่ารู้
เริ่มแสดง :: 21 ม.ค.62 ถึงวันที่ 9 ม.ค.64
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หัวข้อข่าว : จดหมายข่าวกับฝ่ายนิติการ ฉบับที่ 1 ประจำเดือน มกราคม เรื่อง การออกคำสั่งอย่างไรให้ชอบด้วยกฎหมาย ตอนที่ 1 (ต่อ)
 
     

ส่วนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำรงอยู่ในทางกฎหมายและการดำเนินงานของคณะกรรมการ (คณะบุคคล) ที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครอง (การประชุมอย่างไรให้ชอบด้วยกฎหมาย) มีห้าประการดังนี้

ประการที่หนึ่ง คณะกรรมการที่มีอำนาจออกคำสั่งทางปกครองเรื่องใดในการประเมินผลต้องมีองค์ประกอบครบตามกฎหมายกำหนดก่อนออกคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้นได้

ประการที่สอง การใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการต้องกระทำโดยที่ประชุม ประธานกรรมการต้องนัดประชุมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดในกรณีที่กฎหมายหรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยทักษิณไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนัดประชุมไว้เป็นอย่างอื่นต้องนัดประชุมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.. 2539 ที่ว่า...การนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งให้กรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน...(มาตรา 80วรรคสอง)

ประการที่สาม การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาครบองค์ประชุมในกรณีที่กฎหมายหรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่ากรรมการต้องมีองค์ประชุมเท่าไร ก็ต้องนำมาตรา 79 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.. 2539 ที่บัญญัติว่า...การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม....มาใช้บังคับ ทั้งนี้ต้องพิจารณาด้วยว่ากรรมการที่แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนั้น ทั้งในส่วนกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการที่ได้แต่งตั้งโดยตำแหน่ง หากไม่ได้เข้าร่วมประชุม ผู้ที่เข้าร่วมประชุมแทนได้รับการมอบอำนาจหรือรักษาการแทนโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ประการที่สี่ การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาของที่ประชุมของกรรมการ ต้องมีคะแนนเสียงครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด

ประการที่ห้า กรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครอง ต้องไม่มีส่วนได้เสีย หรือมีความเป็นกลางหรือปราศจากอคติในเรื่องที่พิจารณาทางปกครองหรือออกคำสั่งทางปกครองนั้น หากมีเหตุใดๆเกี่ยวกับกรรมการซึ่งจะทำให้การพิจารณาเรื่องเพื่อออกคำสั่งทางปกครอง กรรมการผู้นั้นต้องห้ามเข้าประชุมเพื่อพิจารณาและออกคำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้นมาตรา 13- มาตรา16 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.. 2539

อนึ่งควรระวัง ในกรณีกฎหมายแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นคณะกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครอง ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นอาจมอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นเข้าประชุมตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการมอบอำนาจและผู้รักษาการแทนย่อมมีอำนาจเป็นกรรมการเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น แต่กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งในลักษณะที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยระบุตัวบุคคลไม่อาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นผู้แทนเข้าประชุมกรรมการได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 634-635/2492)

ข้อพิจารณาตามที่กล่าวมานั้นเป็นเงื่อนไขเกี่ยวกับกระบวนการออกคำสั่งทางปกครองในส่วน เงื่อนไขเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งทางปกครอง ซึ่งผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองเรื่องใดในมหาวิทยาลัยใช้เป็นข้อพิจารณาก่อนออกคำสั่งทางปกครอง ในส่วนเงื่อนไขอื่นจะนำเสนอในโอกาสต่อไป หากท่านใดสนใจศึกษารายละเอียดสามารถดูเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ฝ่ายนิติการ หรือศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือคำบรรยายเรื่องการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งทางปกครอง แต่งโดยศาตราจารย์ (พิเศษ) ดร.วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด จัดพิมพ์โดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

............................................................................................

อาจารย์ศรุต จุ๋ยมณี

ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย